รีวิว หนังเกี่ยวกับสัตว์

Jurassic Park (1993)

วิวัฒนาการ รีวิว หนังเกี่ยวกับสัตว์  จากตัวประกอบสู่จิตวิญญาณของเรื่อง

หากชุดข้อมูลก่อนหน้าเน้นเรื่อง “เทคโนโลยี” ในชุดนี้ผมจะขอเน้นเรื่อง “บทบาทและมุมมองทางสังคม” ที่มนุษย์มีต่อสัตว์ซึ่งสะท้อนผ่านแผ่นฟิล์มในแต่ละยุคครับ

1. ยุคแห่งการผจญภัยและสารคดี (The Age of Exploration)

ในช่วงทศวรรษ 1920-1930 หนังเกี่ยวกับสัตว์มักมาในรูปแบบกึ่งสารคดี เช่น Nanook of the North (1922) สัตว์ถูกนำเสนอในฐานะ “ทรัพยากร” หรือ “คู่ต่อสู้” ตามธรรมชาติ มนุษย์ต้องล่าเพื่ออยู่รอด หรือต่อสู้กับสัตว์ร้ายเพื่อแสดงความแข็งแกร่ง

2. ยุคเพื่อนคู่ใจแสนรู้ (The Golden Age of Pet Stars)

ยุค 1940-1960 คือยุคทองของสัตว์เลี้ยงในอุดมคติ เช่น Lassie (แลสซี่) หรือ Flipper โลมาเพื่อนรัก สัตว์ในยุคนี้ถูกสร้างภาพให้เป็น “ฮีโร่ผู้บริสุทธิ์” มีศีลธรรมสูงส่งกว่ามนุษย์ คอยช่วยเหลือเด็กๆ และแก้ไขปัญหา สัตว์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และความดีงาม

3. ยุคธรรมชาติเอาคืน (Eco-Horror)

ช่วงยุค 1970-1980 เมื่อมนุษย์เริ่มตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม หนังเริ่มสะท้อนความกลัวธรรมชาติ ผ่านแนว “สัตว์โลกเอาคืน” (Nature Strikes Back) เช่น นกไล่จิกคนใน The Birds (1963) หรือ จระเข้ยักษ์ใน Alligator (1980) สัตว์กลายเป็นตัวแทนของความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติที่มนุษย์ควบคุมไม่ได้

4. ยุคสัตว์พูดได้ที่มีหัวใจ (Voice & Animatronics)

ยุค 1990 เกิดเทคโนโลยีขยับปากสัตว์ (Lip-sync visual effects) ที่สมจริงขึ้นในหนังอย่าง Babe (1995) หรือ Homeward Bound ยุคนี้สัตว์ไม่ได้แค่ “แสนรู้” แต่มี “สังคมและปัญหาชีวิต” เป็นของตัวเอง ทำให้คนดูเริ่มมองสัตว์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เท่าเทียมกับคน

5. ยุคสิทธิสัตว์และความเห็นอกเห็นใจ (Empathy & Conservation)

ยุคปัจจุบัน (2000s – ปัจจุบัน) หนังมักตั้งคำถามถึงสิทธิของสัตว์ การทารุณกรรม และการอนุรักษ์ เช่น Okja หรือ Guardians of the Galaxy Vol.3 เทคโนโลยี CGI ช่วยให้เราเห็นความเจ็บปวดและความรู้สึกของสัตว์ที่สมจริงจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้ชมในโลกความเป็นจริง

รีวิว 5 หนังเกี่ยวกับสัตว์ (ชุดใหม่) ที่คุณไม่ควรพลาด

คัดสรรหนังที่เน้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเทคนิคการเล่าเรื่องที่แตกต่างจากชุดแรกครับ

Togo (2019)

Togo (2019)

  • แนว: ผจญภัย / ดราม่า / ประวัติศาสตร์

  • เนื้อเรื่อง: เรื่องจริงที่ถูกลืมของสุนัขลากเลื่อนชื่อ “โทโก” ฮีโร่ตัวจริงที่วิ่งฝ่าพายุหิมะในอลาสก้าเพื่อขนวัคซีนเป็นระยะทางไกลที่สุด (ไกลกว่า Balto ที่คนส่วนใหญ่รู้จัก) หนังเน้นความสัมพันธ์ของชายแก่ที่เคยดูถูกว่าโทโกเป็นหมาพันธุ์ทางที่ไม่ได้เรื่อง จนกลายมาเป็นคู่หูตายแทนกันได้

  • งานภาพ: ทิวทัศน์อลาสก้าที่สวยงามแต่อันตราย การถ่ายทำฉากวิ่งบนทะเลสาบน้ำแข็งที่กำลังแตกเป็นงานภาพที่ระทึกใจและสวยงามระดับ 10/10

  • การแสดง: Willem Dafoe มอบการแสดงที่ทรงพลังและอ่อนโยน แต่ดาวเด่นคือสุนัขที่รับบทโทโก (เป็นสายเลือดโทโกจริงๆ) ที่แสดงความมุ่งมั่นทางสายตาได้จนคนดูต้องร้องไห้ให้กับหัวใจนักสู้ของมัน

Okja (2017)

Okja (2017)

  • แนว: แฟนตาซี / ตลกร้าย / เสียดสีสังคม

  • เนื้อเรื่อง: เด็กสาวชาวเกาหลีใต้พยายามช่วยเพื่อนรัก “โอคจา” หมูยักษ์ตัดต่อพันธุกรรมที่ถูกบริษัทข้ามชาติจับตัวไปเข้าโรงฆ่าสัตว์ หนังพาเราไปสำรวจความโหดร้ายของทุนนิยมและอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้ความไร้เดียงสาของสัตว์เป็นตัวเดินเรื่อง

  • งานภาพ: การออกแบบตัวโอคจาให้ดูเหมือนฮิปโปผสมหมูที่มีแววตาเหมือนสุนัข ทำให้คนดูตกหลุมรักได้ทันที ฉากไล่ล่าในเมืองโซลมีความโกลาหลและตัดต่อได้สนุกมาก

  • การแสดง: น้อง Ahn Seo-hyun แสดงอารมณ์ความรักที่บริสุทธิ์ได้ดีมาก ตัดกับ Tilda Swinton ในบทตัวร้ายที่เล่นใหญ่และบ้าคลั่ง เป็นหนังที่ดูจบแล้วอาจจะทำให้คุณทานเนื้อสัตว์ไม่ลงไปพักใหญ่

Jurassic Park (1993)

Jurassic Park (1993)

  • แนว: ไซไฟ / ผจญภัย / ระทึกขวัญ

  • เนื้อเรื่อง: เมื่อมนุษย์เล่นบทพระเจ้าด้วยการปลุกชีพไดโนเสาร์ขึ้นมา แต่ธรรมชาติย่อมหาทางออกเสมอ หนังเรื่องนี้คือตำนานที่ทำให้สัตว์ดึกดำบรรพ์กลับมามีชีวิต และเปลี่ยนโลกภาพยนตร์ไปตลอดกาล

  • งานภาพ: การผสมผสานระหว่างหุ่นยนต์ (Animatronics) และ CGI ยุคบุกเบิก ทำออกมาได้สมจริงจนหนังยุคปัจจุบันยังอาย ฉาก T-Rex บุกรถท่ามกลางสายฝนคือฉากคลาสสิกที่ใช้แสงเงาสร้างความน่ากลัวได้สมบูรณ์แบบ

  • การแสดง: ไดโนเสาร์ในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาด แต่มันมีพฤติกรรมแบบสัตว์จริงๆ เช่น การล่าเป็นฝูงของแรปเตอร์ หรือปฏิกิริยาต่อการเคลื่อนไหวของทีเร็กซ์ ทำให้มันดูน่าเกรงขามมากกว่าน่าเกลียดน่ากลัว

Fantastic Mr. Fox (2009)

Fantastic Mr. Fox (2009)

  • แนว: แอนิเมชัน (Stop-Motion) / ตลก / ครอบครัว

  • เนื้อเรื่อง: เรื่องราวของครอบครัวจิ้งจอกที่หัวหน้าครอบครัวอดใจไม่ไหว ต้องกลับไปขโมยไก่จากชาวไร่จนเกิดสงครามขนาดย่อม หนังไม่ได้ทำให้สัตว์ดูเหมือนคน 100% แต่ยังคง “สัญชาตญาณสัตว์ป่า” (Wild Animals) ไว้อย่างมีสไตล์

  • งานภาพ: เทคนิคสต็อปโมชันทำให้ขนของสัตว์มีการขยับไหวที่ดูแปลกตาแต่มีเสน่ห์ (Tactile quality) การจัดองค์ประกอบภาพแบบสมมาตรตามสไตล์ Wes Anderson ทำให้หนังดูเหมือนงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้

  • การแสดง (เสียง): George Clooney และ Meryl Streep พากย์เสียงจิ้งจอกผัวเมียได้มีเสน่ห์และดูเป็นผู้ดีอังกฤษที่ซ่อนความดิบเถื่อนไว้ เป็นหนังที่บทพูดฉลาดและคมคายมาก graceonthemoon

My Octopus Teacher (2020)

My Octopus Teacher (2020)

  • แนว: สารคดี / ดราม่า

  • เนื้อเรื่อง: สารคดีที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนังรักดราม่า เล่าเรื่องนักทำหนังที่ดำน้ำทุกวันจนไปผูกมิตรกับ “หมึกยักษ์” ตัวหนึ่ง เราจะได้เห็นวงจรชีวิตอันสั้นของหมึก ตั้งแต่การเรียนรู้ การเอาตัวรอดจากฉลาม ไปจนถึงวาระสุดท้าย

  • งานภาพ: โลกใต้ทะเลในป่าสาหร่ายเคลป์ (Kelp Forest) สวยงามลึกลับ การถ่ายภาพระยะใกล้ (Macro) ทำให้เห็นรายละเอียดของหนวดและดวงตาของหมึกที่เปลี่ยนสีได้ ซึ่งสื่ออารมณ์ได้ดีกว่านักแสดงออสการ์บางคน

  • ความรู้สึก: หนังเรื่องนี้จะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังไปตลอดกาล มันพิสูจน์ว่าสัตว์ทุกชนิดมี “จิตวิญญาณ” และความรู้สึกนึกคิดที่ซับซ้อนเกินกว่าเราจะจินตนาการ รีวิวหนังเกี่ยวกับสัตว์